HEADLINE NEWS เพิ่งต่อสัญญาเชลซีแท้ๆ!สื่อปูดชิรูด์ตกลงซบมิลานเรียบร้อย   ●   'รูดิเกอร์' ชั่งใจอนาคตอาจย้ายฟรีปีหน้า-สัญญาใหม่ไม่ใกล้เคียง   ●   เชลซีเตรียมรับทรัพย์25ล้านปอนด์ค่าตัวโทโมรี   ●   เชลซีเหนือปารีสศึกชิงฮาคิมี่แบ็กจอมยิงอินเตอร์   ●   ลือสิงห์พร้อมฟังข้อเสนอขอซื้อ 'โอดอย' หลังพี่เสือหวนสน   ●  



6
พ.ค.
เชลซีทำได้! เชือดเรอัลมาดริด ผงาดชิงชปล.สมัยที่3พบกับแมนซิตี้ปลายเดือนนี้


96705c9d567a79a44654626dd49a19c9.jpg

โธมัส ทูเคิ่ล กลายเป็นกุนซือของ "สิงห์บลูส์" คนที่สามต่อจาก โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ และอัฟราม แกรนท์ ที่พาทีมเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังเกมนัดที่สอง รอบตัดเชือก เอาชนะ เรอัล มาดริด 2-0 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา รวมผลสองนัดชนะไปด้วยประตูรวม 3-1 เข้าไปชิงฯถ้วยบิ๊กเอียร์ในรอบ 9 ปีนับแต่ปี 2012 ที่คว้าแชมป์สมัยแรก โดยเข้าไปพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ ที่กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง เมื่อวันพุธที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เชลซี กลับมาเล่นในบ้านรับการมาเยือนของ เรอัล มาดริด โดยผลการแข่งขันนัดแรกนั้น "สิงห์บลูส์" บุกไปเสมอกับ "ราชันชุดขาว" 1-1

โธมัส ทูเคิ่ล เพิ่งพา เชลซี เก็บชัยเหนือ ฟูแล่ม 2-0 เกมนี้ไม่มีปัญหาในการจัดทัพเท่าไหร่ แนวรุกใช้สามประสานทั้ง เมสัน เม้าน์ท, ไค ฮาแวร์ทซ์ และ ติโม แวร์เนอร์

ส่วน ซีเนอดีน ซีดาน นายใหญ่ เรอัล มาดริด ฟอร์มในลีกไล่อัด โอซาซูน่า 2-0 ยังได้ลุ้นแย่งแชมป์กับแอต.มาดริดในลีก ส่วนเกมนี้ได้ เซร์คิโอ รามอส หายเจ็บกลับมาบัญชาเกมรับ ขณะที่แนวรุกวันนี้ส่ง เอแด็น อาซาร์ ลงเป็นตัวจริงลงดวลกับอดีตต้นสังกัด โดยประสานงานกับ คาริม เบนเซม่า และวินิซิอุส จูเนียร์

เริ่มเกมครี่งแรก นาที 11 "ราชันชุดขาว" ได้ทักทายก่อนหลัง ลูก้า โมดริด ไหลเข้ากลางให้ โทนี่ โครส ลองซัดนอกกรอบแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ เอดูอาร์ เมนดี้

นาที 12 "สิงห์บลูส์" ได้ทักทายหนแรกเหมือนกัน จากจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ให้ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ซัดไกลกว่า 35 หลา บอลพุ่งแรงจน ติโบต์ กูร์กตัวส์ ต้องทุบออกไป จากนั้นไม่ถึงนาที เมสัน เมาน์ท หลุดไปถึงเส้นหลังก่อนปาดเลียดมาเสาแรก บอลกำลังจะถึง ติโม แวร์เนอร์ แต่ยังโดน กูร์กตัวส์ พุ่งออกมาใช้ขาสกัดบอลออกไปหวุดหวิด

นาที 17 แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ปาดเข้ากลางให้ ลูก้า โมดริช กระชากบอลหนีก่อนซัดด้วยขวาบอลพุ่งทะลุแนวรับสิงห์บลูส์แต่ยังไปเข้าซองของ เมนดี้

นาที 19 เมสัน เมาน์ท ออกบอลมาซ้ายให้ เบน ชิลเวลล์ ก่อนอดีตฟูลแบ็กจิ้งจอกสยามจปาดเลียดไปหน้าประตูให้ ติโม แวร์เนอร์ เข้าชาร์ทส่งบอลซุกก้นตาข่าย ทว่าผู้ตัดสินไม่ให้ประตูเนื่องจาก แวร์เนอร์ ยืนในตำแหน่งล้ำหน้าก่อน

นาที 26 เป็นโอกาสขึ้นนำของ เรอัล มาดริด หลัง กาเซมีโร่ จ่ายบอลยัดเข้ากลางให้ โทนี่ โครส จับบอลไปเข้าทาง คาริม เบนเซม่า พลิกปั่นด้วยขวากำลังจะเบียดเสาอยู่แล้วแต่เป็น เมนดี้ ที่โชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกไปอย่างเหลือเชื่อ

นาที 28 กลายเป็นทัพ "สิงห์บลูส์" มาชิงขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ ก็องเต้ พลิกบอลหลบแล้วชิ่งกับ แวร์เนอร์ ก่อนที่ ก็องเต้ จะวิ่งไปรับแล้วไหลบอลให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดเข้าไปชิพบอลข้ามตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ ไปชนคาน ทว่า ติโม แวร์เนอร์ ยังตามไปโขกซ้ำไม่ถึง 3 หลาเข้าไปง่ายๆ ให้เจ้าบ้าน เชลซี ขึ้นนำอดีตแชมป์ 13 สมัยไปก่อน 1-0 สกอร์รวมสองนัดนำ 2-1

นาที 36 ลูกทีมของ ซีดาน เกือบได้ลุ้นตีเสมอ คราวนี้ ลูก้า โมดริช เปิดบอลมาหน้าประตูให้ คาริม เบนเซม่า หนีตัวประกบเทกตัวโขกบอลกำลังย้อยเข้าประตู แต่ยังเป็น เมนดี้ ที่สปริงข้อเท้าเหินปัดมือเดียวออกหลังหวุดหวิด

ท้ายครึ่งแรก นาที 43 ก็องเต้ ไหลต่อให้ เมสัน เมาน์ท ได้บอลซัดด้วยขวาแต่บอลยังไปติดบล็อคแนวรับของชุดขาว แม้จังหวะต่อเนื่องมาก แวร์เนอร์ ตามอัดด้วยขวาเข้าไปอีกทีแต่ก็ยังไม่ผ่านมือของกูร์กตัวส์

จบครึ่งแรก เชลซี ขึ้นนำ เรอัล มาดริด 1-0 (สกอร์รวมสองนัด เชลซี นำ เรอัล มาดริด 2-1)

กลับมเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 47 ทัพของ โธมัส ทูเคิ่ล เกือบได้เม็ดที่สองนำห่างหลัง ไค ฮาแวร์ทซ์ ขึ้นโขกบอลหนีมือ กูร์กตัวส์ ไปแล้วแต่ไปตกบนหลังคานออกหลังอย่างน่าเสียดาย

นาที 51 เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกก่อนที่ เบน ชิลเวลล์ จะเปิดมาให้ ติอาโก้ ซิลวา ชิงขึ้นโขกแต่ยังหลุดกรอบ ถัดมาไม่ถึงนาที ติโม แวร์เนอร์ ไหลออกขวาให้ เมสัน เมาน์ท หลุดเข้าไปซัดมุมแคบแต่ยิงหนี กูร์กตัวส์ เหินคานออกไป

กลายเป็นเจ้าบ้านที่สร้างโอกาสได้มากกว่า นาที 59 ชวดได้เม็ดที่สองอีกหน หลัง ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดเข้าไปดวลกับ ติโบต์ กูร์กตัวส์ แต่ดาวเตะทีมชาติเยอรมันยิงไปติดขา กูร์กตัวส์ อย่างน่าเสียดาย

ยังเป็น "สิงห์บลูส์" ที่ได้ลุ้นอีกครั้ง นาที 66 คราวนี้ ติโม แวร์เนอร์ พาบอลขึ้นมาก่อนเลือกให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ หลุดเข้าไปทางซ้ายแต่เจ้าตัวช้าไปยิงไปติดบล็อค นาโช่ แฟร์นานเดซ ที่ตามมาขวางไว้ได้หวุดหวิด

เกมรุกของชุดขาวแทบทำอะไรเจ้าบ้านไม่ได้เลย กลายเป็น เชลซี ที่มีโอกาสมากกว่า และนาที 80 ได้ลุ้นหล้ง ก็องเต้ ชิ่งต่อให้ คริสเตียน พูลิซิช เข้าไปซัดเสาแรกแต่บอลบดไปหลุดกรอบออกหลัง

จนแล้วจนรอด เชลซี มาได้เม็ดที่สองนำห่าง 2-0 จากจังหวะที่ ก็องเต้ ตัดบอลได้แล้วไหลให้ พูลิซิช หลุดเข้าไปทางขวาก่อนดึงจังหวะหลบ กูร์กตัวส์ ที่ออกมาขวางก่อนจ่ายเข้าไปในกรอบ 6 หลาให้ เมสัน เมาน์ท โฉบมายิงเสาแรกเข้าไป

จบเกม เชลซี เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-0 สกอร์รวมสองนัดผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะนเลิศด้วยประตูรวม 3-1 โดยจะเข้าไปพบกับ แมนฯซิตี้ ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ที่กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (3-4-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ - อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ - เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า (รีซ เจมส์ น.88), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เบน ชิลเวลล์ - เมสัน เม้าน์ท (ฮาริม ซิเย็ค น.88), ไค ฮาแวร์ทซ์ (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.90+4), ติโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิซิช น.67)

เทรนเนอร์ : โธมัส ทูเคิ่ล

เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ - นาโช่ เฟร์นานเดซ, เอแดร์ มิลิเตา, เซร์คิโอ รามอส, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ (เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ น.63) - โทนี่ โครส, กาเซมิโร่ (โรดรีโก้ น.76), ลูก้า โมดริช - วินิซิอุส จูเนียร์ (มาร์โค อาเซนซิโอ้ น.63) , คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์ (มาเรียโน่ ดิอาซ น.89)

เทรนเนอร์ : ซีเนอดีน ซีดาน

ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)

www.siamsport.co.th


CHELSEA THAILAND FANCLUB
เวบไซต์สำหรับคอบอลเชลซีตัวจริง

 
LINK PARNERS
Liverpoolfc.in.th
Mancitythailand.com
Coreball.com
© 2018 Chelseafc.in.th All Rights Reserved.