HEADLINE NEWS ทูเคิลชี้ 'กุน' วืดโทษจุดเปลี่ยน สิงห์ดีกว่าครึ่งหลังสมควรชนะ   ●   แมนซิตี้อดฉลองแชมป์! ทูเคิ่ลแสบพาเชลซีบุกซิวชัยทดเจ็บ แซงจิ้งจอกขึ้นที่ 3   ●   แมนซิตี้ถ้าเฮการันตีแชมป์! "อเกวโร่" ตัวจริง,เชลซีมี "เม้าน์ท" กระชากโป้ง   ●   "แวร์เนอร์" เชื่อสิงห์กลายเป็นทีมดีสุดในโลกได้ถ้าล้มเรือรอบชิงฯ   ●   "เม้าท์" พูดไม่ออกสิงห์ฟอร์มอย่างแจ่ม-น่ายิงได้สัก 5 ลูก   ●  



14
เม.ย.
ปอร์โต้ยิงสวยแต่ร่วง! เชลซีกินบุญเก่า รวมลิ่วตัดเชือกชปล.ในรอบ7ปี


43362bf575cca6f3f8822cc2f7c4e9d5.jpg

โธมัส ทูเคิ่ล พา "สิงห์บลูส์" ทะยานเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือกได้เป็นหนแรกในรอบ 7 ปี นับแต่โชเซ่ มูรินโญ่ เคยทำได้เมื่อฤดูกาล 2013-14 หลังเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกรอบ8ทีมสุดท้าย นัดสองเมื่อคืนวันอังคารทีผ่านมา แม้จะพ่าย ปอร์โต้ 0-1 แต่สกอร์รวม 2 นัดคว้าชัยด้วยประตูรวม 2-1 ทำให้เข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ โดยรอพบผู้ชนะระหว่าง ลิเวอร์พูล หรือเรอัล มาดริด ในวันที่ 27-28 เมษายนนี้

สนาม : เอสตาดิโอ ราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน, เซบีย่า, สเปน

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดสอง เมื่อคืนวันอังคารที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา ระหว่าง เชลซี พบกับ ปอร์โต้ โดยเกมแรกเป็นฝั่ง "สิงห์บลูส์" ที่คว้าชัยไปได้ก่อน 2-0 ซึ่งแมตช์นี้ยังเล่นที่สนามเป็นกลาง ราม่อน ซานเชซ ของเซบีย่า ประเทศสเปน

โธมัส ทูเคิ่ล เกมนี้วาง ไค ฮาแวร์ตซ์ รับบทกองหน้า ฟอลส์ ไนน์ ล่าตาข่ายร่วมกับ เมสัน เมาน์ท และคริสเตียน พูลิซิช ขณะที่ ปอร์โต้ ของ แซร์โจ้ คอนไซเซา เน้นเต็มที่เพื่อพลิกโอกาสเข้ารอบให้ได้ แนวรุกนำโดยสามประสานอย่าง เฮซุส โกโรน่า, มุสซ่า มาเรก้า และโอตาวิโอ

ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก เป็นปอร์โต้ที่ครองบอลได้มากกว่า และเกือบได้ลุ้นขึ้นนำในนาทีที่ 10 จากจังหวะที่ เมนดี้ นายด่านของสิงห์บลูส์ออกบอลพลาด เตะเลียดไปเข้าทางเฮซุส โกโรน่า ยิงสวนเข้าไปแต่ยังดีที่ จอร์จินโญ่ วิ่งมาขวางบอลเลยแฉลบหลุดเสาออกไปอย่างหวุดหวิด

นาที 19 เป็นโอกาสของ เชลซี บ้างคราวนี้ ก็องเต้ หลังพาบอลขึ้นมาเองก่อนสปีดไปเก็บบอลก่อนถึงเส้นหลังแล้วให้ พูลิซิช ก่อนปาดออกขวาให้ รีซ เจมส์ วิ่งมาอัดแบบไม่จับบอลพุ่งหลุดกรอบออกไป

นาที 33 ปอร์โต้สร้างโอกาสได้อีกคราวนี้ ชานเซล เอ็มเบมบ้า เซ็นเตอร์แบ็กตักบอลยาวให้ เฮซุส โกโรน่า พลิกหลบแนวรับสิงห์บลูส์ก่อนเข้าไปวอลเลย์จังหวะเดียวแต่เหินคานออกไป

จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอแบบไร้สกอร์ 0-0 ชนิดที่ยิงกันไม่ตรงกรอบสักครั้ง

ครึ่งหลัง นาที 54 ลูกทีมของ ทูเคิ่ล หวิดได้ลุ้นขึ้นนำหลังบอลขึ้นมาทาง ชิลเวลล์ ครอสเข้ากลางมาให้ คริสเตียน พูลิซิซ ทว่าบอลสูงไปทำให้แข้งชาวมะกันยิงบอลไม่ถนัดหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

โอกาสส่องเข้ากรอบหนแรกของเกมต้องถึง นาที 65 เป็นปอร์โต้ที่ได้ลุ้นจากจังหวะที่ เฮซุส โกโรน่า ผ่านบอลมาให้ เมห์ดี้ ตาเรมี่ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาโขกแต่ยังไม่ผ่านมือเอดูอาร์ เมนดี้

ช่วงทดเจ็บ นาที 90+3 ปอร์โต้ มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ นานู ครอสบอลมาให้ เมห์ดี้ ตาเรมี่ ขึ้นหวดฟาดตีลังกาส่งบอลเข้าก้นตาข่ายเข้าไปอย่างงดงาม

แต่ไล่ไม่ทัน จบเกม เชลซี แม้พ่ายให้ ปอร์โต้ 0-1 แต่รวมสองนัด "สิงห์บลูส์" ผ่านเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือกด้วยประตูรวม 2-1 โดยรอพบผู้ชนะระหว่าง ลิเวอร์พูลหรือเรอัล มาดริด ในวันที่ 27-28 เมษายนนี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ - เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ - รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์ - เมสัน เมาน์ท (ฮาคิม ซิเย็ค น.86), คริสเตียน พูลิซิช - ไค ฮาแวร์ตซ์ (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.90+2)

ปอร์โต้ (4-3-3) : อากุสติน มาร์เคซิน - วิลซอน มานาฟา (นานู น.75), ชานเซล เอ็มเบมบ้า, เปเป้, ไซดู ซานูซี่ - มาเตอุส อูริเบ, แซร์โจ้ โอลิเวยร่า (ฟาบิโอ วิเอร่า น.84), มาร์โก กรูยิช (เมห์ดี้ ตาเรมี่ น.63) - เฮซุส โกโรน่า (มารูลันด้า หลุยส์ ดิอาส น.75), มุสซ่า มาเรก้า (เอวานิลสัน น.75), โอตาวิโอ

ผู้ตัดสิน : กเลมงต์ ตูร์กแป็ง (ฝรั่งเศส)

www.siamsport.co.th


CHELSEA THAILAND FANCLUB
เวบไซต์สำหรับคอบอลเชลซีตัวจริง

 
LINK PARNERS
Liverpoolfc.in.th
Mancitythailand.com
Coreball.com
© 2018 Chelseafc.in.th All Rights Reserved.