HEADLINE NEWS ทูเคิลชี้ 'กุน' วืดโทษจุดเปลี่ยน สิงห์ดีกว่าครึ่งหลังสมควรชนะ   ●   แมนซิตี้อดฉลองแชมป์! ทูเคิ่ลแสบพาเชลซีบุกซิวชัยทดเจ็บ แซงจิ้งจอกขึ้นที่ 3   ●   แมนซิตี้ถ้าเฮการันตีแชมป์! "อเกวโร่" ตัวจริง,เชลซีมี "เม้าน์ท" กระชากโป้ง   ●   "แวร์เนอร์" เชื่อสิงห์กลายเป็นทีมดีสุดในโลกได้ถ้าล้มเรือรอบชิงฯ   ●   "เม้าท์" พูดไม่ออกสิงห์ฟอร์มอย่างแจ่ม-น่ายิงได้สัก 5 ลูก   ●  



18
มี.ค.
ทูเคิ่ลยังไร้พ่าย! เชลซีย้ำชัยอัดแอตมาดริด ลิ่ว8ทีมชปล.ลุ้นประกบคู่ศุกร์นี้


31226165b6080167af08f340bc0472b9.jpg

โธมัส ทูเคิ่ล ยังคงพา "สิงห์บลูส์" ไม่แพ้ทีมใดนับแต่มาคุมทีมเป็นเกมที่ 13 ติดต่อกัน หลังล่าสุดงัดฟอร์มเฉียบย้ำชัยเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ที่เหลือแค่10คนท้ายเกม 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยประตูรวม 3-0 โดยจะจับสลากประกบคู่รอบต่อไปในวันศุกร์นี้ ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เชลซี อันดับ 4 พรีเมียร์ลีก ได้กลับมาเฝ้ารังรับมือ แอตเลติโก มาดริด จ่าฝูงลาลีกา โดยนัดแรกลูกทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล โชว์ฟอร์มเยี่ยมด้วยการบุกไปเอาชนะ 1-0 จากประตูชัยของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ทว่าเกมนี้ ฮีโร่จากเกมแรกต้องเป็นแค่สำรองหลัง ทูเคิ่ล กลับมาใช้สามประสานอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์, ฮาคิม ซีเย็ค และ ติโม แวร์เนอร์ ส่วน ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ นายใหญ่ของตราหมีจัดสองหัวหอกอย่าง ชูเอา เฟลิกซ์ และหลุยส์ ซัวเรซ ที่ฟอร์มกำลังฮอต

ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก นาที 4 "ตราหมี" ได้ทักทายก่อนหลัง ยานนิค การ์ราสโก้ ตอกส้นให้ เรนาน โรดี้ วิ่งมาปั่นบอลนอกกรอบแต่ยังไม่ผ่านมือ เอดูอาร์ เมนดี้ ที่รับบอลติดมือไว้ได้

เกมบี้บดแลกกันสนุกแต่โอกาสจบยังไม่มีให้เห็น นาที 19 รีซ เจมส์ ครอสมาหน้าปากประตู ติโม แวร์เนอร์ ตัดหน้า ฮาคิม ซีเย็ค ก่อนซัดหลุดกรอบออกไปเอง

นาที 23 หลุยส์ ซัวเรซ พยายามพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนโดน รือดิเกอร์ วิ่งมากระแทกแย่งบอลจนอดีตหัวหอกบาร์ซ่าล้มลงไปในเขตโทษ แม้เจ้าตัวจะลุกมาโวยวายฟ้องเอาจุดโทษแต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไรให้เล่นต่อ

อีกสามนาทีถัดมา ยานนิค การ์ราสโก้ ล้มลงในเขตโทษหลังโดน อัซปิลิกวยต้า คว้าตัวแล้วปล่อยทว่าผู้ตัดสินหลังเช็กกับวีเออาร์แล้วไม่ให้จุดโทษแก่ทีมเยือน

นาที 34 กลายเป็น "สิงห์บลูส์" ที่มาชิงขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะสวนกลับเร็วของเจ้าถิ่นจากหน้าประตูของตัวเอง ไค ฮาแวร์ตซ์ พาบอลขึ้นมาแล้วแทงออกซ้ายให้ ติโม แวร์เนอร์ กระชากเข้าไปในกรอบแล้วปาดมาเสาไกลให้ ฮาคิม ซิเย็ค ที่ยืนโล่งๆซัดด้วยขวาผ่านมือ ยาน โอบลัค เข้าไป สกอร์รวม เชลซี นำห่าง 2-0

นาที 39 แอต.มาดริด เกือบได้ลุ้นตีเสมอหลัง ชูเอาเ เฟลิกซ์ เก็บบอลได้หน้ากรอบแล้วกลับตัววซัดไปแฉลบแนวรับเจ้าถิ่นแต่ยังดีไปเข้ามือ เอดูอาร์ เมนดี้

นาที 44 บอลของเจ้าถิ่นมาทางขวาอีกที รีซ เจมส์ ไหลเข้ากลางให้ ก็องเต้ จ่ายสั้นๆให้ มาเตโอ โควาซิซ ซัดเต็มแรงบอลพุ่งหลุดกรอบออกไปแบบได้เสียว

จบครึ่งแรก เชลซี ขึ้นนำ แอต.มาดริด 1-0 (รวมสองนัด เชลซี นำ 2-0)

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง "ตราหมี" เปลี่ยนเอา มาริโอ เฮร์โมโซ่ ลงมาเล่นแทน เรนาน โลดี้

นาที 48 เจ้าบ้านเกือบได้เม็ดที่สองนำห่าง หลัง ฮาคิม ซิเย็ค ฉกบอลได้จากริมเส้นกลางสนาม ก่อนแทงตัดหลังแบ็กให้ ติโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปซัดมุมแคบทว่าบอลยังไปติดมือ ยาน โอบลัค ออกหลัง

นาที 57 ฮาคิม ซิเย็ค ที่วันนี้เล่นได้อย่างโดดเด่นเกือบบวกเม็ดที่สองให้ตัวเองหลังปั่นนอกกรอบด้วยซ้ายบอลโค้งเกือบมุดใต้คานแต่ยังโดน โอบลัค ปัดข้ามคานออกไป

นาที 60 ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ปรับทัพอีกครั้งด้วยการเปลี่ยนคนที่สามเอา อังเคล คอร์เรอา ลงไปเล่นแทนหลุยส์ ซัวเรซ ที่วันนี้เล่นไม่ออก

ท้ายเกมนาที 81 "ตราหมี" ต้องมาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนหลัง สเตฟาน ซาวิช ไปเล่นนอกเกมด้วยการชักศอกใส่ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ผู้ตัดสิน ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ ชาวอิตาลีวิ่งมาแจกใบแดงทันที

ช่วงทดเจ็บ นาที 90+2 แอต.มาดริด ชวดโอกาสได้ประตูตีเสมอหลัง ชูเอา เฟลิกซ์ ซัดด้วยขวาไม่ถึง 10 หลาในกรอบแต่ยังไปติดมือ เมนดี้ นายด่านเจ้าถิ่นเซฟได้เหลือเชื่อ

นาที 90+4 กลายเป็น เชลซี มาพังประตูนำห่าง 2-0 จากตัวสำรองที่เพิ่งลงมาอย่าง เอเมอร์ซอน ที่เติมขึ้นมาซัดเลียดหนีมือ โอบลัค เข้าไป

จบเกม เชลซี เบียดเอาชนะ แอต.มาดริด 2-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยประตูรวม 3-0

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ - เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, คูร์ท ซูม่า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ - รีซ เจมส์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิช, มาร์กอส อลอนโซ่ (เบน ชิลเวลล์ น.90+4) - ไค ฮาแวร์ตซ์ (เอเมอร์ซอน น.90+3), ฮาคิม ซีเย็ค (คริสเตียน พูลิซิช น.77) - ติโม แวร์เนอร์ (คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย น.83)

เทรนเนอร์ : โธมัส ทูเคิ่ล

แอต. มาดริด (4-4-2) : ยาน โอบลัค - คีแรน ทริปเปียร์ (โตมาส์ เลอมาร์ น.69), สเตฟาน ซาวิช, โฮเซ่ คิเมเนซ, เรนาน โลดี้ (มาริโอ เฮร์โมโซ่ น.46) - มาร์กอส ยอเรนเต้, โกเก้, ซาอูล ญีเกซ, ยานนิค การ์ราสโก้ (มูสซ่า เดมเบเล่ น.53) - ชูเอา เฟลิกซ์, หลุยส์ ซัวเรซ (อังเคล คอร์เรอา น.60)

เทรนเนอร์ : ดีเอโก้ ซิเมโอเน่

ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)

www.siamsport.co.th


CHELSEA THAILAND FANCLUB
เวบไซต์สำหรับคอบอลเชลซีตัวจริง

 
LINK PARNERS
Liverpoolfc.in.th
Mancitythailand.com
Coreball.com
© 2018 Chelseafc.in.th All Rights Reserved.