Contact us |
 
 
Register

 


carwrof-chelseafc

banner-mix-219

banner-all219x90

219x90
ลาเวซซี่เบิ้ล!นาโปลียิงแซงดับซ่าสิงห์3-1 PDF พิมพ์ อีเมล
วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 00:00 น.

 

เอเซเกล ลาเวซซี่ ซัดคนเดียวสองตุง ปล่อยให้ เอดินสัน กาวานี่ กดอีกเม็ด ช่วย นาโปลี เปิดถิ่นฮึกยิงแซงเก็บชัยเหนือ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ไปแบบสบาย 3-1 ครองความได้เปรียบก่อนบุกไปลุ้นต่อในนัดที่ 2 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีม นัดแรก เมื่อคืนวันอังคารที่21 ก.พ. ที่ผ่านมา


ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก
วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555
นาโปลี (อิตาลี) 3     -     1 เชลซี (อังกฤษ)

สนาม : สตาดิโอ ซาน เปาโล


นาโปลีเกมนี้ไม่มีวอลเตอร์ มาซซารี่ เทรนเนอร์ที่ติดโทษแบนห้ามคุมทีม 2 นัด จึงเป็นหน้าที่ของนิคโคโล่ ฟรุสตาลูปิ ผู้ช่วย เจ้าบ้านส่งมาเร็ค ฮัมซิค, เอเซเกล ลาเวซซี่ และ เอดินสัน กาวานี่เป็น 3 ประสานในแดนหน้าเหมือนเดิม ส่วนสิงห์บลูส์ไร้จอห์น เทอร์รี่ กองหลังกัปตันทีมที่เจ็บเข่าขึ้นมาอีก ทั้งที่เพิ่งกลับมาซ้อมได้ ทำให้ต้องพักยาวถึง 2 เดือน แดนหน้าดร็อปเฟร์นานโด ตอร์เรส ที่ปืนฝืดเหลือเกิน โดยเป็นดิดิเย่ร์ ดร็อกบาที่ได้ล่าตาข่ายร่วมกับดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และ ฆวน มานูเอล มาต้า


ออกสตาร์ทเกมขึ้นมา ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกแลกกันทันที แค่ 5 นาที เจ้าถิ่นก็ได้ลุ้นจากบอลยาวของเปาโล คันนาวาโร่ มาให้เอเซเกล ลาเวซซี่ หลุดเข้าไปในกรอบ แต่ปีเตอร์ เช็ก พุ่งออกมาปัดทิ้งไปได้ ก่อนที่ลาเวซซี่จะได้โอกาสยิง


ต่อด้วยนาทีที่ 10 เอดินสัน กาวานี่ได้บอลยาวจากเพื่อนและหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปดวลเดี่ยวกับเช็กแล้ว ยิงเรียดทันที แต่นายทวารเชลซีพุ่งออกมาปิดมุมได้เร็ว ก่อนใช้เท้าบล็อกลูกยิงไว้ได้หวุดหวิด


อีก 2 นาทีต่อมา เชลซีต้องปรับแนวรับ เมื่อโชเซ่ โบซิงวาเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าเล่นต่อไม่ไหว ต้องส่งแอชลี่ย์ โคลลงมาแทน


เกมเป็นของเจ้าบ้านอย่างสิ้นเชิง นาที 20 ลาเวซซี่แทงขึ้นหน้าให้มาเร็ค ฮัมซิค หลุดเข้าไปยิงมุมแคบ แต่เช็กยังไม่พลาด ปัดทิ้งออกไปได้อีก


แต่กลับเป็นเชลซีที่ออกนำไปก่อนในนาที 27 จากความผิดพลาดของคันาวาโร่ที่เตะสกัดผิดเหลี่ยม บอลตกมาเข้าทางฆวน มานูเอล มาต้าที่รอเก็บตกอยู่พอดี ก่อนแปเน้นๆเข้าไป เชลซีบุกนำ 1-0


นาโปลีไม่ยอมง่ายๆ และตามตีเสมอสำเร็จในนาที 38 กาวานี่ไหลสั้นๆให้ลาเวซซี่แตะขยับหาเหลี่ยมตรงหน้ากรอบ ก่อนปั่นด้วยขวาส่งบอลโค้งหนีมือเช็กเบียดเสาเข้าไปอย่างสวยงาม


เกมทำท่าว่าจะเสมอกันในครึ่งแรก แต่เจ้าถิ่นก็มาแซงนำในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 2 โกคาน อินแลร์เปิดบอลเข้ามาในกรอบ กาวานี่โฉบเข้ามากะโหม่งเต็มๆ แต่บอลโดนบริเวณกึ่งไหล่กึ่งหน้าอกพุ่งเข้าประตูไป หมดครึ่งแรกนาโปลีนำ 2-1


ครึ่งหลังทั้งคู่บุกใส่กันทันที แต่เชลซีได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 51 เมื่อดร็อกบาตักบอลจากกราบซ้ายเข้าเขตโทษแล้วมาต้ากระแทกด้วยหน้าอกคืนให้มา ลูด้าวอลเลย์จาก 25 หลาถูกเดอ ซานซ์ติสตะปบได้


นาทีที่ 54  นาโปลีมีโอกาสเช่นกันโดยคาวานี่ไหลบอลจากด้านขวาให้ลาเวซซี่กระชากเข้าเขต โทษไปตวัดยิงจาก 16 หลา แต่หักข้อมากไป บอลจึงกลิ้งเรียดเฉี่ยวเสาไปนิดเดียว


ล่วงมาอีกสองนาที เคฮิลล์เสียบใส่ลาเวซซี่จึงได้ใบเหลืองตามระเบียบ แต่นาทีที่ 58 สิงห์บลูส์งัดลูกโด่งออกมาใช้แล้วดร็อกบาโขกชงให้มาต้าเอี้ยวตัววอลเลย์แถว ริมเขตโทษด้านซ้ายถูกเดอ ซานซ์ติสรับเข้าอกได้


ถึงตรงนี้ทีมเยือนเล่นได้ดีกว่าครึ่งแรกอย่างเห็นได้ชัด และในนาทีที่ 61 จากลูกเตะมุมด้านขวา เคฮิลล์ก็โขกที่เสาแรกหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียวไส้


จวบจนนาทีที่ 65 คัมปันยาโร่ก็สาดบอลยาวจากแดนหลังขึ้นกราบขวาแล้วลุยซ์สกัดไม่เต็มเท้าจึง ถูก คาวานี่ ฉกไปเลื้อยหนีเช็กที่พยายามขยับออกมาปิดมุมแล้วป้ายให้ ลาเวซซี่ แปจาก 16 หลาไม่เหลือ จึงเป็นอันว่าเจ้าบ้านทิ้งห่างเป็น 3-1


ถึงนาทีที่ 70 สิงห์บลูส์ใช้โควต้าตัวสำรองอีกสองรายที่เหลือโดยปล่อยแลมพาร์ดกับไมเคิ่ล เอสเซียงลงไปแทนมาลูด้ากับเมยเรเลส จากนั้นอีกสี่นาทีนาโปลีก็ถอดลาเวซซี่ออกให้เบลริม เซไมลี่ลงเล่น


ท้ายเกมนาที 80 นาโปลีชวดได้ประตูที่ 4 อย่างเหลือเชื่อ เมื่อฮัมซิคเปิดมาให้คริสเตียน มาจโจ้ยิงจ่อๆแค่ 2-3 หลา แต่โดนโคลล้มตัวสกัดเอาไว้ได้บนเส้น


ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมก็ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ หมดเวลา 90 นาที นาโปลีถล่มเชลซี 3-1 ครองความได้เปรียบก่อนบุกไปลุ้นต่อในนัดที่ 2 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า


รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม


นาโปลี :
มอร์แกน เด ซานช์ติส, ซัลวาตอเร่ อโรนิก้า, อูโก้ กัมปาญาโร่, เปาโล คันนาวาโร่, คริสเตียน มาจโจ้, โกคาน อินแลร์, วอลเตอร์ การ์กาโน่, ฮวน ซูนญีก้า, มาเร็ค ฮัมซิค, เอเซเกล ลาเวซซี่, เอดินสัน กาวานี่ 


สำรอง :
อันโตนิโอ โรซาติ, จานลูก้า กราว่า, อันเดรีย ดอสเซน่า, บเลริม เซไมลี่, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, โกรัน ปานเดฟ, มิเกล บริโตส


ผู้ตัดสิน:มาร์ติน แอตกินสัน

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

coreball_219x90